การประพันธ์กลอนลำ หมอลำเคน ดาเหลา  ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2543  จังหวัดขอนแก่น โดย บุญจันทร์ เพชรเมืองเลย

โพสต์6 ก.ค. 2559 20:29โดยศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การประพันธ์กลอนลำ หมอลำเคน ดาเหลา  ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2543  จังหวัดขอนแก่น

โดย บุญจันทร์ เพชรเมืองเลย

               ผู้เขียนได้เคยมีโอกาสไปสัมภาษณ์ศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดงพื้นบ้านหมอลำ พ่อครูเคน ดาเหลา เกี่ยวกับ หลักของการแต่งกลอนลำและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย (หมอลำกลอน) ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ซึ่งข้อมูลนี้มีประโยชน์อย่างมาก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2554 ซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้ (เคน ดาเหลา,  2554,  กรกฎาคม.)

                1. ด้านประสบการณ์ของการแต่งกลอนลำ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

                      1.1 ผู้ที่จะมาแต่งกลอนลำได้นั้นในสมัยก่อนจะเป็นกลุ่มของนักบวชที่สนใจการลำหมอลำรุ่นเก่า กลุ่มคนเหล่านี้จะแต่งกลอนลำได้เป็นอย่างดี

                      1.2 กลุ่มที่แต่งหมอลำได้ดีที่สุดก็คือกลุ่มที่เป็นหมอลำอยู่แล้วและเป็นผู้ที่มีหัวคิดเฉลียวฉลาด สามารถด้นกลอนสดได้ และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ จะเรียนเขียนกลอนลำได้ดีและรวดเร็วกว่าคนที่ไม่ได้เป็นหมอลำ แต่อย่าไรก็ตามการเรียนหมอลำนั้นใครก็สามารถเรียนได้ขึ้นอยู่กับความพยายามความเอาใจใส ความฉลาดของแต่ละบุคคลด้วย

               2. ด้านข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการแต่งกลอนลำ

                     เนื้อหาของข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการแต่งกลอนลำนั้นมีอยู่หลายรูปแบบและ ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ที่แต่งด้วย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของนโยบาย ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ เป็นต้น แล้วนำมาจัดเรียงให้เป็นกลุ่มเพื่อที่จะนำมาแต่งเป็นกลอนลำ หลังจากที่ได้เนื้อหาครับถ้วนแล้วก็สามารถนำมาแต่งเป็นกลอนลำได้ทันที         

               3. ด้านขั้นตอนของการแต่งกลอนลำ

                      3.1 การแต่งกลอนลำนั้นขึ้นอยู่กับสัมผัสระหว่างเนื้อหาของกลอนลำ เช่น จะมีการสัมผัสคำกันไปเรื่อย ๆ และคำสุดท้ายของวรรคที่สอง อาจจะไปสัมผัสกับต้นวรรคที่ 4 ก็ได้ แต่จะต้องมีสัมผัสในให้มากที่สุด

(ตัวอย่างกลอนลำ)

                                ฟังเด้อเจ้าคุณพ่อศรัทธา     พวกหมู่เจ้าได้มาฟังลำฟังร้อง

                                ฟังเด้อพวกพี่น้อง               พ่อแม่ทั้งหลาย  

               4. ด้านจุดที่ทำให้กลอนลำไพเราะ

                      4.1 ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและทำนองของผู้ลำ เช่น กลอนลำเกี้ยวพาราสี กลอนตลกโปกแฮฮา กลอนเบ็ดเตล็ด (สับเขิน) กลอน สองแง่ สามง้าม เป็นต้น ถ้าอยากฟังกลอนลำแบบไพเราะ (ออนซอน) ก็อาจจะฟังกลอนลำแบบนิทาน จำพวกลำเรื่องต่อกลอน เช่น เกี้ยวพาราสี ศรีธน มโนรา จำปาสี่ต้น พระเวสสันดร เป็นต้น ถ้าอยากฟังเกี่ยวกับเนื้อหาสาระก็เป็นจำพวกกลอนโบราณคดี เป็นต้น

               5. ด้านการหาอารมณ์ในการแต่งกลอนลำ

                      5.1  ถ้าหากคนที่สามารถแต่งกลอนลำได้จนแตกฉานแล้วจะสามารถแต่งกลอนลำได้โดยที่ไม่ต้องกังวลอะไรเลยเพราะสามารถด้นกลอนสดไปพร้อมกับการแต่งกลอนลำ ส่วนคนที่ยังไม่แตกฉานจำเป็นจะต้องหาที่สงบเงียบในการแต่งกลอนลำเพื่อต้องการหาสมาธิ ถึงจะแต่งกลอนลำได้ดีแต่อย่างไรก็ตามโจทย์ที่ให้แต่งกลอนลำนั้นก็มีหลายโจทย์ อย่างเช่น นโยบายของรัฐบาล  ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหมอลำที่แตกฉานหรือไม่แตกฉานแล้วก็ตามจะต้องมีสมาธิพอสมควรเพราะจะต้องรวบรวมข้อมูลอย่างมาก ต้องระวังในการแต่งเป็นอย่างดี อาจจะเป็นการระวังคำที่จะมาใช้แต่งเพราะจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนทั่วไป

               6.  การสาธิตการด้นกลอนสดของพ่อครูเคน ดาเหลา

                      6.1  เป็นการด้นกลอนสดโดยการใช้สถานการณ์ของผู้สัมภาษณ์มาด้นสดเป็นกลอนลำ

 (ตัวอย่างกลอนลำ)

                                คุณบุญจันทร์ เพชรเมืองเลย

                                เพิ่นกะได้บังเกิด ทางร้องทางลำ

                                เผื่อสิจดสิจำ ความลำไปเผยแพร่

                                ให้พ่อแม่พี่น้อง เฮาฮู้สู่คน

                                โดนบ่นานนานล้ำ จนมาหาพ่อเคนหมอลำ

                                ขอคูณข้อมูลไปนำแหน่ เผื่อไปเผยแพร่ให้พี่น้องเฮา

                                พ่อเคนลำกะบอกให้ เนื้อหาสาระทุกอันความสำคัญ

                                เกี้ยวพาราสี กลอนตลก เฮฮาสุวันพันเรื่อง

                                คุณบุญจันทร์ บ่ได้เคืองใจแคน จนเอาที่มีความจำเรียบร้อย ไปแล้วจั่งสิดี

                ข้อสังเกตคือ กลอนด้นสด ให้ยกเว้นคำว่า “อันแม่นว่า แล้วอันนี้”ถ้าใช้คำเหล่านี้แสดงว่ายังด้นสดไม่เก่งพอ สิ่งที่จะทำการด้นสดได้ดีจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะลำให้พร้อม และให้เป็นคนที่มีความรู้รอบด้าน เป็นต้น

                      6.2 กลอนด้นสดลำทางสั้น จะยากกว่าด้นสดลำทางยาวเพราะจะไม่มีการเอื้อนคำ เอื้อนเสียงทำให้ผู้ลำจะต้องคิดกลอนลำด้วยความรวดเร็วจะช้าไม่ได้

(ตัวอย่างกลอนลำ)

                                                ฟังเด้อเจ้าคุณพ่อสำคัญ ส่วนว่าคุณบุญจันทร์ ข้อมูลต่าง ๆ

                                                เพิ่นอยากได้หลายอย่าง   เรื่องกลอนร้องกลอนลำ

                      6.3   กลอนด้นสดลำทางยาว จะง่ายกว่าด้นสดลำทางสั้นเพราะจะมีการเอื้อนคำ เอื้อนเสียงเพื่อชะลอ การคิดคำด้วยคำว่า “โอย”ในวรรคต่อไป

(ตัวอย่างกลอนลำ)

                                                โอย…คุณบุญจันทร์เพิ่นมาแล้ว แนวสำคัญอยากได้ต่อ

                                                หาพ่อเคนและการร้องและการลำมา ทำนองให้สู่ฟัง

                                                บาดนี้เพิ่นสิตั้งฟังก่อนคุณนาย

               7.  ประเภทของกลอนลำที่พ่อครูเคน ดาเหลาแต่ง ยกตัวอย่าง กลอนลำเกี้ยวพาราสี กลอนลำเหตุบ้านการเมือง กลอนลำประวัติศาสตร์

                      7.1 กลอนลำเกี้ยวพาราสี

(ตัวอย่างกลอนลำ)

                                ฟ้าเอย ฟ้าฮ้องควม กวมหนองคายอ้ายฮ้อนฮ่ำ

                                ได้ยินฟ้าฮ้องน่ำ ทางเวียงจันทร์ลั่นตึ้ง

                                คิดถึงน้องได้ส่องหา ผลาอ้ายหน่ายบ่มี หน่ายบ่มี เออ…นี้หนอ

 ***ถ้าหากขึ้นต้นกลอนลำแบบนี้จะเป็นกลอนเกี้ยวทันที

(ตัวอย่างกลอนลำ)

                                ปีนี้มาเสียอกตั้งแต่บ้าน มันลำบากกระใจจิต

                                คั่นสิไปทางยนต์นั่งโดนกำลังล้า

                                คั่นสิไปทางม้าคั่นคาคิดขาดท่อง

                                ยากนำภูฮ่องห้วยขัวห้างกายสะพาน

                                คั่นสิเขียนสารไว้กะฮ้ายเดือนถิ่มสื่อๆ

                                คั่นสิฝากถือย้านแต่เขาสิฮู้ หัวข้อซ่องเบิ่งซอง

                                นี้จั่งแม่นนี้น้องทำให้พี่ทนทุกข์

                                ตัดความสุขสิเมือสั่งแต่กลอนลำไว้

                                ไผ๋บ่คือนางน้องลำเป็นกะหากว่า

                                ตาหวาน ๆจั่งน้องหนี้แล้วให้เบิ่งไผ๋นวนใน ๆ นี้หนอ

                      7.2 กลอนลำเหตุบ้านการเมือง (ลำทางยาว)

(ตัวอย่างกลอนลำ)

                                พ.ศ. 2005 โลกาบ่คือเก่า โลกของเฮาสุมื้อนี้บ่คือกี้แต่ก่อนหลัง

                                เสียงปืนดังโป้งปั้ง ทางก้ำฝ่ายประเทศอิรัก

                                จักเสียงยาวเสียงปืน ระเบิดยืนดังโป้ง

                                ระเบิดยึ้งดังก้อง ฟังเสียงอึงคะนึงให้

                                เสียงใจเหงางวม เพราะเกิดความแตกร้าว เขานั้นให้ใส่แต่กัน

                                ทางอิสรแอนว่านั้น น้อยใหญ่กะถือปืน ลุกขึ้นยืนเร็วรกฆ่ากันพันม้าง

                                จิตใจโกนคือสร้างคิดเห็นทางบ้านเพิ่น  เด้หนอ

                                ความเจริญมอดไหม้ไผ๋เด้ สิซอยซู

                                เด็กน้อยมันบ่ฮู้ ถามว่าแม่แม่นเสียงหยัง

                                เสียงปืนดังเร็วรบฆ่ากันตั๋วหล้า…

                      7.3  กลอนลำประวัติศาสตร์    (ลำทางสั้น)

(ตัวอย่างกลอนลำ)

                                                ฟังเด้อเจ้าคุณพ่อ ศรัทไทย เดี๋ยวนี้ตกสมัยเจริญก้าวหน้า

                                                เบิ่งบ่อนใด๋มีแต่บ่อนสง่า ถูกต้องตามตา

                                                ได้สมปรารถนา ติดใจมุ่งมาด

                                                เพราะเลาเป็นสัญชาติไทยถิ่นเดี๋ยวกัน

                                                ไทยของเราต้องพากันสร้าง สรรค์อย่าให้มั่นหว่าง

                                                สมกับไทยก้าวย่าง เข้าสู่เมืองแมน

                                                เทียบกับชั้นเมืองแถน ชาติทิศทิศนั่ง

                                                เป็นตัวอย่างทั่งรถเรือบิน ทั้งหากินไปมาสะดวก

                                                ไทยรวมหมู่รวมพวกไทยอุดหนุนไทย

                                                ให้พากันเข้าใจเวลามันน้อย

                                                เฮาอย่าปล่อยให้เสียเวลา

                                                รีบฟ้าวแล่นฟ้าวหาประกอบอาชีพ

                                                เมือขาดเขินให้รีบค้นคว้าหาเอา

                                                ให้มันมีคือเขาประเทศอื่น ๆ

                                                ตื่นฮีบตื่นพวกเราชาวไทย

                                                อย่าไปนอนหลับใหลไทยตื่นรีบตื่น

                                               หาเงินพันเงินหมื่นเถิดพี่น้องไทย

                                                อย่าไปนอนหลับใหลเสียถิ่มเปล่า ๆ

               8.  ให้คนสนใจการแสดงหมอลำขณะลำบนเวที

                      8.1 ถ้าผู้ฟังลำอยู่ห่างไกลตัวเมืองหรือห่างไกลความเจริญ ยังไม่รู้ว่าเขามีความคิดความสนใจในเรื่องใด ขั้นตอนแรก ก็จะสุ่มหยิบกลอนลำสักหนึ่งกลอนส่งให้ผู้ฟัง ได้ฟังก่อน และถ้าหากดูท่าทีแล้ว   ไม่มีความสนุกสนานหรือไม่มีปฏิกิริยาตอบรับก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง คือสุ่มหยิบกลอนลำอีกกลอนส่งให้ผู้ฟัง และถ้าหากกลอนลำนี้ส่งไปแล้วติดใจผู้ฟัง เช่นชอบกลอนลำแบบ สองแง่ สองง้าม ก็จะลำมากกว่าปกติ แล้วค่อยแทรกกลอนอื่น ๆ ตามลำดับเป็นต้น ถ้าหากว่ากลุ่มใดชอบทางด้านประเพณีวัฒนธรรมก็จะส่งกลอนลำจำพวก ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ ให้ฟัง เป็นต้น

                สรุปแล้วหมอลำต้องมีไหวพริบ ปฏิพาณ ความเฉลียวฉลาดในตนเอง ถ้าหากขาดปัจจัยเหล่านี้ก็จะทำให้งานแสดงไม่มีคนจ้าง และจะอยู่ไม่รอด

               9.  ด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย (หมอลำ)

                      9.1 ต้องทำการสืบสานสร้างสรรค์หมอลำ สืบทอดไปตลอด

                      9.2 ดึงผู้ที่สนใจทางด้านการลำ นักแต่งกลอนลำเข้ามาอบรมอยู่เรื่อย ๆ

                      9.3 อธิบายความหมายของหมอลำให้คนที่สนใจฟังอย่างชัดเจน และอาจถึงขั้นพาออกงานแสดงด้วยยิ่งดี

               10.  การเรียนรู้หมอลำ

                      10.1 การเรียนหมอลำเกิดจากความสมัครใจของผู้มาเรียน

                      10.2 สนใจเรียนหมอลำแต่กลัวว่าจะเรียนไม่ได้เพราะกลัวยาก เช่น ลำกลอน ลำไม่ได้ ลำไม่เข้ากับเสียงแคน เป็นต้น (ยังเข้าใจผิด)

               11. จำนวนลูกศิษย์ที่มาเรียนลำกับ พ่อครู เคน ดาเหลา

                      - มีจำนวนมากกว่า 1,000 คน

                      - ส่วนกลอนลำมากกว่า 1,000 กลอน

               12. การสูญหาย(ลึปสูญ)หมอลำ

                      12.1 หมอลำจะยังคงอยู่และไม่มีวันสูญเสียเพราะยังมีคนสืบทอดอยู่เรื่อย ๆ

                      12.2 ในยุคใหม่นี้หมอลำจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนยุคเก่าเพราะหมอลำรุ่นเก่าได้หายไปหมดแล้ว ถ้ายังไม่ได้รับการถ่ายทอดที่ถูกต้องจากครูโดยตรง


Comments